ซื้อระบบ POS ทั้งที ระวังต้นทุนแฝง 5 อย่างนี้ก่อนเซ็นสัญญา
โดยทีมงาน ขายดี POS ·

เวลาเทียบราคา POS ร้านส่วนใหญ่ดูแค่ค่ารายเดือนที่โฆษณา แต่ราคาจริงที่จ่ายตลอดการใช้งานมักมาจากรายการที่ไม่ได้อยู่ในหน้าโฆษณา ห้าข้อต่อไปนี้คือต้นทุนแฝงที่เจอบ่อยที่สุด — เช็กให้ครบก่อนตัดสินใจ
1. ค่าเครื่องและอุปกรณ์เฉพาะ
บางระบบใช้ได้เฉพาะกับเครื่องของตัวเอง ราคาหลักพันถึงหลักหมื่น และถ้าเลิกใช้ระบบ เครื่องก็กลายเป็นที่ทับกระดาษ ก่อนซื้อถามให้ชัดว่าใช้มือถือหรือแท็บเล็ตที่มีอยู่แล้วได้ไหม และถ้าต้องใช้อุปกรณ์เสริม (เครื่องพิมพ์ เครื่องยิงบาร์โค้ด) รองรับของทั่วไปในตลาดหรือบังคับซื้อของเขา
2. ค่าติดตั้งและอบรม
ระบบรุ่นเก่ามักมีค่าติดตั้งหน้างานหรือค่าอบรมพนักงานแยกอีกก้อน ระบบยุคใหม่ควรสมัครและตั้งค่าเองได้จบจากมือถือ ถ้าระบบไหนต้องส่งช่างมาติดตั้ง นั่นคือสัญญาณว่าค่าใช้จ่ายรอบต่อ ๆ ไป (ย้ายร้าน เพิ่มจุดขาย) ก็จะมีค่าช่างตามมาด้วย
3. สัญญารายปีและค่ามัดจำ
ราคารายเดือนถูก ๆ บางทีแลกกับสัญญาผูก 12-24 เดือน ยกเลิกก่อนโดนปรับ หรือต้องวางมัดจำ ถามตรง ๆ ก่อนสมัครว่า: ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ไหม คืนเงินส่วนที่เหลือไหม และเอาข้อมูลการขายของร้านออกมาได้ไหม
4. ค่าธรรมเนียมต่อรายการขาย
โมเดล “ฟรีแต่เก็บเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย” ฟังดูดีตอนเริ่ม แต่พอร้านขายดีจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด ลองคูณดู: ขายวันละ 3,000 บาท โดนหัก 1.5% = เดือนละกว่าพันบาท แพงกว่าระบบรายเดือนส่วนใหญ่ และหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะผูกกับทุกบิล
5. ค่าฟีเจอร์เสริมทีหลัง
ราคาเริ่มต้นมักเป็นแพ็กเกจที่ตัดฟีเจอร์สำคัญออก — สต็อกจ่ายเพิ่ม รายงานจ่ายเพิ่ม สาขาที่สองจ่ายเพิ่ม บัญชีพนักงานจ่ายเพิ่ม รวมแล้วราคาจริงอาจเป็นสองสามเท่าของราคาโฆษณา เทียบราคาด้วย “ราคาเมื่อเปิดฟีเจอร์ที่ร้านเราต้องใช้ครบ” เสมอ
แล้วขายดี POS คิดเงินยังไง
เราตั้งใจให้ไม่มีทั้ง 5 ข้อข้างบน: ไม่มีค่าเครื่อง (ใช้มือถือ/แท็บเล็ต/คอมที่มี) ไม่มีค่าติดตั้ง (สมัครเองจบใน 10 นาที) ไม่มีสัญญาผูกมัด (ยกเลิกได้ตลอด ข้อมูล export ได้) ไม่มีเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย และฟีเจอร์ทุกอย่างรวมอยู่ในราคาเดียว — วันละ 20 บาทเฉพาะวันที่มีการขายจริง เพดาน 499 บาทต่อเดือน ทดลองฟรี 7 วันขายโดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิต
ลองกับร้านของคุณ ฟรี 7 วันขาย
เปิดขายวันไหน จ่ายวันนั้น — วันละ 20 บาท — ไม่ขายไม่เสียตัง ไม่มีสัญญา ไม่ต้องมีบัตรเครดิต










