จัดโปรยังไงไม่ให้กัดกำไรตัวเอง: 5 รูปแบบที่ร้านเล็กใช้ได้จริง
โดยทีมงาน ขายดี POS ·

เวลายอดตก สัญชาตญาณแรกของคนขายคือลดราคา — ได้ผลไว แต่แพงมาก เพราะส่วนลดถูกหักตรง ๆ จากกำไรที่บางอยู่แล้ว ลดของที่ margin 20% ลงไป 10% เท่ากับสละกำไรครึ่งหนึ่งของชิ้นนั้น โปรที่ดีจึงไม่ใช่การลดถูกสุด แต่คือการออกแบบให้ลูกค้าได้รู้สึกคุ้ม โดยร้านเสียน้อยที่สุด
1. ซื้อคู่ถูกกว่า (จับของ margin หนาคู่ของ margin บาง)
แทนที่จะลดของขายดี (ซึ่งขายได้อยู่แล้ว) เอาของ margin ดีมาพ่วง: กาแฟซอง+แก้วเก็บเย็นราคาพิเศษ ข้าวสาร+ไข่ไก่ราคาชุด — ยอดต่อบิลโต ของหมุนเพิ่มสองตัว และส่วนลดเฉลี่ยแล้วบางกว่าลดเดี่ยว
2. ซื้อครบเท่านี้ ได้สิทธิ์เพิ่ม
“ครบ 300 แถมของ 20 บาท” หรือ “ครบ 500 รับบัตรกำนัล 50 ใช้ครั้งหน้า” — จ่ายส่วนลดเฉพาะบิลที่ยอดถึงเป้า และแบบบัตรกำนัลยังผูกให้ลูกค้ากลับมาอีกรอบ ต่างจากลดหน้าร้านที่แจกทุกบิลไม่ว่าเล็กใหญ่
3. โปรระบายของ ที่บอกตัวเองตรง ๆ ว่ากำลังระบาย
ของค้างสต็อก/ใกล้หมดอายุ ลดได้เต็มที่เพราะทางเลือกอีกทางคือทิ้งฟรี — แต่แยกให้ชัดว่านี่คือการเอาทุนคืน อย่าปนกับโปรของขายดีจนลูกค้าเคยชินว่าร้านนี้ต้องรอลด
4. ราคาสมาชิกแบบบ้าน ๆ สำหรับขาประจำ
ไม่ต้องมีระบบสะสมแต้ม — แค่ราคา “ขาประจำ” สำหรับของที่เขาซื้อซ้ำทุกสัปดาห์ ก็ผูกใจได้แล้ว ให้เฉพาะของที่ซื้อประจำจริง ๆ และให้อย่างตั้งใจ บอกเขาชัด ๆ ว่านี่ราคาพิเศษของพี่ — คุณค่าอยู่ที่ความรู้สึกถูกเลือก ไม่ใช่จำนวนเงิน
5. โปรตามช่วงเวลา ดันชั่วโมงที่เงียบ
ร้านส่วนใหญ่มีช่วงตาย เช่น บ่ายแก่ ๆ — โปรเฉพาะช่วง (กาแฟแก้วที่สองลดครึ่ง 14:00-16:00) เปลี่ยนชั่วโมงว่างเป็นยอดขาย โดยไม่แตะราคาช่วงพีคที่ขายได้เต็มราคาอยู่แล้ว
เช็กเสมอ: โปรนี้คุ้มไหม ด้วยตัวเลขไม่ใช่ความรู้สึก
หลังจบโปรให้ตอบสามข้อ: ยอดขายช่วงโปร vs ช่วงปกติ / กำไรขั้นต้น (ไม่ใช่แค่ยอดขาย!) โตไหม / หลังโปรจบยอดร่วงต่ำกว่าเดิมหรือเปล่า (สัญญาณว่าลูกค้าแค่ซื้อล่วงหน้า) — ใน ขายดี POS รายงานยอดขายและกำไรรายวันตอบสามข้อนี้ได้ทันที ทดลองฟรี 7 วันขาย
ลองกับร้านของคุณ ฟรี 7 วันขาย
เปิดขายวันไหน จ่ายวันนั้น — วันละ 20 บาท — ไม่ขายไม่เสียตัง ไม่มีสัญญา ไม่ต้องมีบัตรเครดิต



































